นโยบายความเป็นส่วนตัว
ปรับปรุงล่าสุด: ตุลาคม 2569
บริษัท วิส มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (WIS MARKETING GROUP CO., LTD.) ผู้ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ WIS Marketing Group ซึ่งต่อไปในนโยบายฉบับนี้เรียกว่า “บริษัท” ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน
นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเก็บรักษาข้อมูล มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ wismarketing.co.th หรือติดต่อบริษัทผ่านแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยแบ่งเป็นประเภทดังต่อไปนี้
1.1 ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัทโดยตรง
ข้อมูลที่ท่านกรอกผ่านแบบฟอร์มติดต่อ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดข้อความที่ท่านส่งถึงบริษัท รวมถึงวันและเวลาที่ส่งข้อความ
1.2 ข้อมูลที่ระบบเก็บรวบรวมเมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์
ข้อมูลทางเทคนิค ได้แก่ หมายเลขไอพี (IP Address) ที่ใช้ชั่วคราวเพื่อป้องกันการส่งข้อความซ้ำหรือข้อความรบกวน (สแปม) และข้อมูลบันทึกการเข้าถึงเว็บไซต์ (Server Log) ที่ผู้ให้บริการโฮสติ้งจัดเก็บเพื่อการให้บริการและดูแลความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
บริษัทไม่มีวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวผ่านแบบฟอร์มติดต่อ เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความเชื่อทางศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม จึงขอให้ท่านงดระบุข้อมูลดังกล่าว รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่ไม่จำเป็นต่อการติดต่อ
หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดต่อกลับหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา บริษัทอาจไม่สามารถตอบข้อซักถาม จัดทำข้อเสนอ หรือดำเนินการตามคำขอของท่านได้ครบถ้วน
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- ติดต่อกลับ ตอบข้อซักถาม และให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการตามที่ท่านร้องขอ
- จัดทำข้อเสนอหรือใบเสนอราคา และดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
- ดูแลการทำงานและความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ รวมถึงป้องกันการใช้งานที่ผิดปกติ การส่งข้อความซ้ำ และสแปม
- ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจ
บริษัทจะไม่นำข้อมูลจากแบบฟอร์มติดต่อไปใช้ส่งข่าวสารทางการตลาดหรือโฆษณา เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่านแยกต่างหาก โดยการไม่ให้ความยินยอมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการตอบข้อซักถามหรือการดำเนินการตามคำขอของท่าน
3. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาศัยฐานทางกฎหมายตามความเหมาะสมของแต่ละกิจกรรม ดังต่อไปนี้
- ฐานสัญญา: สำหรับการดำเนินการที่จำเป็นตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา เช่น การจัดทำข้อเสนอหรือใบเสนอราคา
- ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: สำหรับการตอบข้อซักถามทั่วไป การติดต่อประสานงานกับผู้สนใจบริการหรือผู้แทนขององค์กร และการดูแลความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน
- ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: สำหรับการเก็บรักษาหรือเปิดเผยข้อมูลเมื่อบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย
- ฐานความยินยอม: สำหรับกิจกรรมที่บริษัทขอความยินยอมจากท่านเป็นการเฉพาะ เช่น การส่งข่าวสารทางการตลาด โดยจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องก่อนขอความยินยอม
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทไม่ขาย ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
4.1 ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเว็บไซต์
- Google สำหรับบริการ Google Sheets และ Google Apps Script ที่ใช้รับส่งและบันทึกข้อมูลจากแบบฟอร์มติดต่อ
- Vercel สำหรับบริการโฮสติ้งและการให้บริการเว็บไซต์
ในกรณีที่ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท บริษัทจะกำหนดขอบเขตการประมวลผลและหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยผ่านข้อตกลงที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
4.2 หน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเมื่อมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานที่มีอำนาจ โดยจำกัดการเปิดเผยให้อยู่ในขอบเขตที่จำเป็น
5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
การใช้บริการของผู้ให้บริการตามข้อ 4 อาจเกี่ยวข้องกับการส่ง โอน จัดเก็บ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ
ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณามาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของประเทศปลายทาง จัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามที่กฎหมายรับรอง หรืออาศัยข้อยกเว้นที่กฎหมายอนุญาต แล้วแต่กรณี
6. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 ข้อมูลจากแบบฟอร์มติดต่อ
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลจากแบบฟอร์มติดต่อเป็นระยะเวลาไม่เกิน [ระบุจำนวนเดือนหรือปี] นับจากวันที่ท่านติดต่อบริษัทครั้งล่าสุด
หากท่านเข้าทำสัญญากับบริษัท ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะได้รับการเก็บรักษาต่อเท่าที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามสัญญาและหน้าที่ตามกฎหมาย โดยบริษัทจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลสำหรับการให้บริการตามความเหมาะสม
6.2 หมายเลขไอพีที่ใช้เพื่อป้องกันสแปม
หมายเลขไอพีที่ใช้ในกลไกป้องกันสแปมของบริษัทจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำของระบบเป็นการชั่วคราว และไม่บันทึกลงในฐานข้อมูลแบบฟอร์มติดต่อของบริษัท ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวแยกจากการจัดเก็บ Server Log ของผู้ให้บริการโฮสติ้ง ซึ่งอาจมีหมายเลขไอพีรวมอยู่ด้วย
6.3 ข้อมูลบันทึกการเข้าถึงเว็บไซต์
ข้อมูล Server Log จะถูกเก็บรักษาเป็นระยะเวลา [ระบุระยะเวลาที่ตรวจสอบแล้วตามการตั้งค่าบริการโฮสติ้ง] เพื่อดูแลการทำงานและความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เว้นแต่มีหน้าที่ตามกฎหมายให้ต้องเก็บรักษาไว้นานกว่านั้น
เมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษาหรือหมดความจำเป็นในการประมวลผล และไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายให้เก็บรักษาต่อ บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ตามวิธีการที่เหมาะสม
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: ขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบข้อมูล: ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล: ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการคัดค้าน: คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการประมวลผลเพื่อการตลาดแบบตรง
- สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล: ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ และขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
- สิทธิในการถอนความยินยอม: ถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อสำหรับการประมวลผลที่อาศัยความยินยอม โดยไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ดำเนินการก่อนการถอนความยินยอม
- สิทธิในการร้องเรียน: ร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านเห็นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามกฎหมาย
ท่านสามารถยื่นคำขอใช้สิทธิผ่านช่องทางในข้อ 11 บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนและป้องกันการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ไม่มีสิทธิ
บริษัทจะดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้าและภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สำหรับคำขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลที่บริษัทไม่อาจปฏิเสธได้ตามกฎหมาย บริษัทจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ในกรณีที่บริษัทมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายให้ปฏิเสธคำขอทั้งหมดหรือบางส่วน บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ
8. คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน
เว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อสนับสนุนการทำงานของเว็บไซต์และจดจำการตั้งค่าที่ท่านเลือก เช่น ภาษาที่ใช้แสดงผล โดยไม่มีการใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์สถิติหรือเพื่อการโฆษณา
บริษัทจะพิจารณาฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์และลักษณะการทำงานของคุกกี้แต่ละประเภท และจะขอความยินยอมก่อนใช้คุกกี้ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม
ท่านสามารถจัดการหรือลบคุกกี้ผ่านการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ได้ ทั้งนี้ การปิดกั้นคุกกี้บางประเภทอาจทำให้การทำงานของเว็บไซต์หรือการจดจำการตั้งค่าของท่านไม่สมบูรณ์
หากบริษัทเพิ่มเติมการใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น บริษัทจะแจ้งรายละเอียดและปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดให้มีการขอและถอนความยินยอมในกรณีที่ต้องอาศัยความยินยอม
9. ลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลภายนอก
เว็บไซต์อาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลภายนอก เช่น Google Maps, Gmail, Facebook, Instagram, LINE และ TikTok
เมื่อท่านเข้าถึงบริการดังกล่าว การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลโดยผู้ให้บริการภายนอกจะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการนั้น บริษัทขอแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายที่เกี่ยวข้องก่อนใช้บริการ ทั้งนี้ นโยบายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ให้บริการภายนอกดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง
10. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะข้อมูลและความเสี่ยง รวมถึงการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งผ่าน HTTPS และการจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคลากรที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการปฏิบัติงาน
มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ โดยบริษัทจะทบทวนมาตรการตามความจำเป็น และดำเนินการเกี่ยวกับเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าของข้อมูล ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
11. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้หรือต้องการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัท วิส มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (WIS MARKETING GROUP CO., LTD.)
ชื่อทางการค้า: WIS Marketing Group
ที่อยู่: 2/4 ซอยลาดพร้าว 101 แยก 46 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศัพท์: 064 942 2452
อีเมล: secretary@wismarketing.co.th
12. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงาน การให้บริการ หรือข้อกำหนดของกฎหมาย โดยจะเผยแพร่ฉบับปรับปรุงบนเว็บไซต์พร้อมระบุวันที่ปรับปรุงล่าสุด
หากการเปลี่ยนแปลงมีสาระสำคัญต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือสิทธิของท่าน บริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางที่เหมาะสม และจะขอความยินยอมใหม่ก่อนดำเนินการในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม ทั้งนี้ การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่อไปไม่ถือเป็นการให้ความยินยอมโดยอัตโนมัติ