ควรจ้างเอเจนซี่ทำการตลาดหรือควรทำเองแบบ In-House?

เมื่อพูดถึงการตลาดออนไลน์แล้ว การจะจ้างงาน in-house หรือเอเจนซี่ นั้นอาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ทั้งสองทางเลือกมีจุดแข็งและจุดอ่อน เราจะแยกความแตกต่างระหว่างทั้งสองประเภทนี้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมี 3 เหตุผลว่าทำไมบริษัททั่วไปจึงเลือกจ้างเอเจนซี่มากกว่า in-house

 

ความชำนาญที่หลากหลายด้าน

โดยทั่วไปแล้วการตลาดออนไลน์นั้นซับซ้อนเกินไปสำหรับการที่คนๆหนึ่งที่จะสามารถเชี่ยวชาญในทุกเรื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน content, social media, paid search, conversion และอีกมากมาย ถ้าคุณต้องสร้างทีมภายใน แต่การแข่งขันนั้นมีความต้องการของช่องทางการตลาดที่หลากหลาย แน่นอนคุณต้องจ้างมากกว่าหนึ่งคนสำหรับทักษะที่แตกต่างกันไป และงบประมาณของคุณอาจจะไม่เพียงพอ หรือบางครั้งคุณอาจจะต้องการบริการจากนักออกแบบ ผู้จัดการบัญชี Facebook และผู้เชี่ยวชาญ AdWords เพียงแค่แบบชั่วคราว

 

ด้วยเหตุนี้เอเจนซี่จึงเข้ามามีบทบาท และถ้าหากเป็นเอเจนซี่ที่มีคุณภาพ คุณจะได้รับการบริการที่หลายประเภท ซึ่งเอเจนซี่เหล่านี้มีบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลายและเมื่อรวมกันเป็นทีมแล้วก็จะสามารถให้การบริการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคนๆเดียวจะสามารถทำได้ นอกจากนี้ พวกเขายังมีประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกที่จะสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

 

ในขณะที่มันอาจจะคุ้มค่าที่จะลงทุนกับทีมภายในเพื่อกระจายความสามารถทางการตลาดสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ แต่เอเจนซี่ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจส่วนมากที่จะขยายเครือข่ายการตลาดโดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย

 

การคาดการณ์

นักการตลาดออนไลน์ที่เก่งนั้นมีความคิดสร้างสรรค์ แต่หากพวกเขาต้องทำงานกับสิ่งเดิมๆทุกวัน ความคิดสร้างสรรค์นั้นก็อาจทำให้เบื่อ นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่นักการตลาดระดับต้นถึงกลาง เปลี่ยนงานทุก 2-3 ปี เพื่อหาสิ่งใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่าคุณต้องใช้เวลาและฝึกฝนนักการตลาดใหม่ในทีมของคุณอีกครั้ง ในทางกลับกัน ถ้าคุณทำงานกับเอเจนซี่ที่ดีพวกเขาจะมีคนที่มีความสามารถหลายคนที่จะดูแลงานของคุณ

 

ผลก็คือ หากการหมุนเวียนของพนักงานเป็นปัญหาสำหรับบริษัทคุณ ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือการเลือกเอเจนซี่ที่มีบุคคลที่เข้าใจบริษัทของคุณอยู่แล้วและรู้วิธีที่จะทำให้งานเดินไปข้างหน้า

 

สิทธิพิเศษสำหรับ Partner

นี่คือประโยชน์ที่เอเจนซี่ได้รับจากแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ เว้นแต่คุณจะเป็นยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ความหมายคือธุรกิจส่วนใหญ่ไม่มีการใช้จ่ายมากพอบนแพลตฟอร์มโฆษณาเหล่านั้นเพื่อให้ได้รับความสนใจ แต่ในฐานะเอเจนซี่พวกเขาจัดการปริมาณและจัดการการใช้จ่ายโฆษณาจำนวนมากบนแพลตฟอร์ม เช่น Google AdWords, Facebook, LinkedIn, Twitter แพลตฟอร์มโฆษณาทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยให้พวกเขามอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ด้วยเหตุนี้เอเจนซี่มักจะได้รับสิทธิพิเศษที่ไม่สามารถใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่

 

แน่นอนมันไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่ได้รับการสนับสนุนในระดับนี้ แต่มันจะเป็นเรื่องยากมากขึ้นที่จะได้รับผลลัพธ์ในระดับเดียวกันโดยใช้ความพยายามเท่ากัน

 

หากคุณคิดว่าการจ้างงานเอเจนซี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด - ในแง่ของงบประมาณและผลลัพธ์สำหรับ บริษัทของคุณในขณะนี้ นี่คือข้อควรพิจารณา 6 ข้อ ที่คุณต้องพิจารณาก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป:

 

รู้ว่าคุณต้องการทำอะไร

เมื่อพูดถึง digital marketing คุณไม่สามารถพูดได้แค่ว่าฉันไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ใด ๆ เลยแต่ฉันต้องการทำตลาดด้วยงบประมาณที่เหมาะสม นั่นไม่ใช่วิธีการทำงานของมัน และถ้าคุณต้องการแยกบริษัทการตลาดที่ผิดจรรยาบรรณออกไป คุณจำเป็นต้องทำการบ้าน: วางแผนและเตรียมพร้อมสำหรับการพบกันครั้งแรกด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนรวมถึงสิ่งที่คุณต้องการเห็นจากความสัมพันธ์

 

วิจัยลูกค้าเดิมของบริษัทการตลาดนั้นๆ

การทำงานกับบริษัทการตลาดที่มีประสบการณ์กับธุรกิจขนาดเดียวกันกับคุณนั้นสำคัญที่สุด ตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อดูพอร์ตโฟลิโอของพวกเขา รวมถึง Google และ LinkedIn เพื่อดูว่าเจ้าของธุรกิจรายอื่นมีประสบการณ์การใช้บริการอย่างไร

 

เรียนรู้เกี่ยวกับบริการทั้งหมดของพวกเขา

บริษัทนั้นให้บริการแบบครบวงจรสำหรับทุกความต้องการด้านการตลาดดิจิทัลของคุณหรือพวกเขาเชี่ยวชาญแค่หนึ่งหรือสองบริการ หรือถ้าบริษัทไม่ให้บริการที่คุณต้องการ พวกเขามี partner ที่เชื่อถือได้เพื่อแนะนำหรือไม่ ฉะนั้นคุณควรศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ดี

 

กำหนดความคาดหวังสำหรับการมีส่วนร่วมและความพร้อมของคุณ

คุณอาจต้องการให้บริษัทการตลาดนั้นดูแลงานโดยคุณมีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอนหรือไม่มีส่วนร่วมเลย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือการแจ้งให้บริษัทการตลาดนั้นๆ ทราบถึงความคาดหวังของคุณก่อนล่วงหน้า

 

อ่านสัญญาอย่างละเอียด

บริษัทการตลาดที่มีชื่อเสียงและมืออาชีพจะให้ข้อเสนอและขอบเขตการทำงานอย่างเป็นทางการให้คุณเพื่อเริ่มต้นงาน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านข้อเสนอเหล่านี้อย่างละเอียดเนื่องจากโดยปกติแล้วจะมีข้อกำหนดทางกฎหมายบางประการที่พูดถึงระยะเวลาของสัญญา กระบวนการยกเลิกและการชดใช้ค่าเสียหายจากการฟ้องร้องในอนาคต หากจำเป็น ให้ส่งข้อเสนอไปยังนักกฎหมายเพื่อตรวจสอบหากคุณไม่ถนัดเรื่องกฏหมาย และทราบไว้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีผลผูกพันตามกฎหมายเมื่อคุณลงชื่อ ดังนั้นศึกษาให้ละเอียดและระมัดระวังก่อนลงชื่อ

 

พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทีม

เนื่องจากคุณต้องทำงานกับคนเหล่านี้ไม่ว่าจะรายวัน รายสัปดาห์หรือรายเดือน หากทั้งสองฝ่ายนั้นเข้ากันไม่ได้ในช่วงแรก คุณอาจจะมีปัญหาตามมาได้ ดังนั้นควรมีการจัดการเรื่องข้อตกลงให้เหมาะสมก่อนที่จะจ้างบริษัทการตลาดนั้นๆ

 

ข้อสรุป

การลงทุนในช่องทางการตลาดที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมจะนำธุรกิจของคุณไปสู่อีกระดับอย่างไม่ต้องสงสัย และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องการคือการหา partner ร่วมงานที่เหมาะสม เอเจนซี่การตลาดที่ดีจะพยายามทำความเข้าใจธุรกิจของคุณและช่วยเหลือคุณให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการทำงานร่วมกัน

 

 

Sources

https://blogs.constantcontact.com/hire-a-marketing-firm

https://www.disruptiveadvertising.com/marketing/marketing-agency-vs-hiring-in-house

 

06-07-wismarketing_co_th