Customer Segment คืออะไร? มีหลักการทำอย่างไร?

july 29, 2021

Customer Segment คืออะไร? มีหลักการทำอย่างไร?

หนึ่งในสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจก็คือ “การรู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร” ซึ่งคนที่อยู่ในแวดวงการตลาดก็จะทราบว่าส่วนนี้ คือ “พาร์ทที่ยาก” เพราะไม่มีลูกค้าคนไหนที่มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ และใช่ว่าลูกค้าทุกคนมีความต้องการอยากที่จะซื้อสินค้าของเรา ดังนั้นวิธีการที่จะมาตอบคำถามให้แก่คุณได้ว่า “ลูกค้าของคุณคือใคร?” ก็คือ Customer Segment แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันคืออะไร มีหลักการทำอย่างไร? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

Customer Segment คืออะไร?

คือ การแบ่งฐานลูกค้าให้มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อนำข้อมูลนั้นมาใช้ในการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ สามารถนำไปใช้ในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการพัฒนาสินค้าและราคา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการยอมรับ และตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของธุรกิจ

การทำ Customer Segment มีหลักการอย่างไร?

สำหรับการทำ Customer Segment มีด้วยกัน 4 หลักการ ดังนี้

1. หลักประชากรศาสตร์ (Demographic) คือ การจำแนกกลุ่มลูกค้าออกตามเพศ อายุ การศึกษา รายได้ สถานภาพครอบครัว ฯลฯ มีข้อดีคือ ง่ายต่อการกำหนดและปรับปรุงการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย ส่วนข้อเสียคือ ยากต่อการปรับปรุงโฆษณาหากอ้างอิงข้อมูลประชากรอย่างเดียว และอาจเสียเปรียบในการแข่งขัน เพราะการแบ่งฐานลูกค้าไม่เฉพาะเจาะจง 

2. หลักจิตวิทยา (Psychological) คือ การจำแนกกลุ่มลูกค้าตามความสนใจ ความชอบ บุคลิกภาพ โดยหลักการนี้จะต้องทราบข้อมูลเชิงลึก หรือ Insight ของลูกค้าให้ได้ว่าลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าของเราน่าจะมีความชอบ ความสนใจอย่างไร? เช่น กลุ่มคนที่ชอบการออกกำลังกาย มีความน่าจะเป็นที่จะเป็นลูกค้าของธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา รองเท้าผ้าใบ และอุปกรณ์ออกกำลังกาย เป็นต้น

สำหรับข้อดีของหลักการนี้ก็คือ สามารถทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และค่อนข้างมีความมั่นคง เพราะความสนใจ ความชอบ บุคลิกภาพของลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงได้ช้า ส่วนข้อเสียก็คือ ค่อนข้างยากต่อการกำหนดกลุ่มลูกค้าเนื่องจากต้องทราบข้อมูลในเชิงลึก

3. หลักภูมิศาสตร์ (Geographic) คือ การจำแนกกลุ่มลูกค้าออกตามพื้นที่ หรือเมืองบางเมือง แต่หากธุรกิจมีขนาดใหญ่อาจมองภาพรวมทั้งประเทศหรือทวีป หลักการนี้มีข้อดีคือ สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง และทำการตลาดในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ ส่วนข้อเสียก็คือ หากอ้างอิงเพียงหลักภูมิศาสตร์อย่างเดียวอาจทำการตลาดได้ค่อนข้างไม่มีประสิทธิภาพ และขาดข้อมูลเชิงลึก เช่น กลุ่มลูกค้าคือใคร มีพฤติกรรมอย่างไร เป็นต้น 

4. หลักพฤติกรรม (Behavioral) คือ การจำแนกกลุ่มลูกค้าตามนิสัย พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย การใช้สินค้าและบริการต่างๆ หลักการนี้มีข้อดีคือ สามารถเก็บข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์ได้ง่าย สามารถกำหนดได้ว่าพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้านั้นๆ ควรใช้ช่องทางใดในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพทางการตลาดตามมา ส่วนข้อเสียก็คือ ต้องมีการอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ เพราะพฤติกรรมลูกค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

สรุป
ข้อมูลที่นำเสนอไปข้างต้นเป็นเพียงหลักการเบื้องต้นของ Customer Segment หากถามว่าหลักการใดเหมาะสมและตอบโจทย์ต่อธุรกิจมากที่สุด ก็ต้องตอบว่า ไม่มีหลักการใดที่ดีที่สุด เพราะทุกหลักการย่อมมีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับธุรกิจแต่ละประเภทว่าเหมาะที่จะใช้หลักการใดในการทำ Customer Segment นอกจากนี้ การจำแนกกลุ่มลูกค้าก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเลือกใช้หลักการใดหลักการหนึ่ง แต่เราสามารถนำหลายๆ หลักการมาผสมกัน เพื่ออุดจุดบอดของกันและกัน และสามารถจำแนกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีความแม่นยำมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจอยากที่จะทำ Customer Segment  สำหรับธุรกิจของคุณ เพื่อสามารถนำไปต่อยอดเป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ทาง WIS Marketing ก็มีบริการให้คำปรึกษาด้าน Customer Segment และการวิจัยตลาด ที่จะช่วยทำให้คุณสามารถหาลูกค้าของธุรกิจคุณได้เจอ  และกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ สนใจติดต่อเข้ามาปรึกษาได้ตลอดเลยนะคะ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เคียงข้างคุณในทุกธุรกิจพร้อมเติบโตไปด้วยกัน WE GROW TOGETHER.
By your side in every business, ready to grow together. WE GROW TOGETHER.