7 ขั้นตอนการเขียนบทความ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google แบบไม่ต้องเสียเงิน

August 27, 2021

7 ขั้นตอนการเขียนบทความ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google แบบไม่ต้องเสียเงิน

เป้าหมายสูงสุดของการทำ SEO คือ การทำให้เว็บไซต์นั้นสามารถติดหน้าแรกบน Google แต่เชื่อว่าหลายคนที่พยายามทำบทความ SEO ด้วยตนเองอาจจะมีปัญหาคือ ตั้งใจเขียนคอนเทนต์ออกมาดี และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น แต่กลับไม่มีคนอ่าน จนทำให้สูญเสียโอกาสที่จะทำให้เว็บไซต์ขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆ บนหน้า Google ซึ่งนั่นย่อมส่งผลให้ลูกค้ามีโอกาสที่จะค้นพบหน้าร้านของคุณลดน้อยลงไปด้วย

ปัญหาดังกล่าวนี้อาจเกิดจากการที่คุณพลาดขั้นตอนบางอย่างไป ดังนั้นวันนี้ WIS Marketing เลยจะมาแชร์ 7 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเขียนบทความ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกบน Google แบบไม่ต้องใช้เงิน มีรายละเอียดดังนี้

ขั้นตอนที่1: เลือกหัวข้อที่จะเขียนให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย
ขั้นตอนแรกในการเขียนบทความ SEO เพื่อให้ติดอันดับบนGoogle คือ การเลือกหัวข้อที่ตอบโจทย์ตรงใจกลุ่มเป้าหมายเพราะแน่นอนว่าหากเราเลือกหัวข้อที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้อยากรู้บทความของเราก็จะไม่มีคนคลิกเข้ามาอ่าน  โดยวิธีการค้นหาไอเดียในการนำมาสร้างสรรค์เป็นหัวข้อมีอยู่หลายวิธีเช่น การสำรวจจากกลุ่มสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นจากเว็บไซต์ Pantip.comหรือโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Twitter, Facebook, LINE ฯลฯ,การศึกษาแนวทางจากคู่แข่ง เช่น เว็บไซต์บล็อกของคู่แข่ง,ช่องทางโซเชียลมีเดียของคู่แข่ง ฯลฯ  

ขั้นตอนที่2: ใช้คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาเยอะ และสอดคล้องกับเนื้อหา
คีย์เวิร์ดนับเป็นอาวุธลับที่สำคัญในการเขียนบทความ SEOให้ประสบความสำเร็จ โดยหากบทความของคุณยิ่งมีคีย์เวิร์ดที่ผู้คนใช้ค้นหาเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสที่ลูกค้าจะเสิร์ชหาเว็บไซต์ของคุณเจอได้มากเท่านั้น สำหรับวิธีที่ง่ายที่สุดในการค้นหาคีย์เวิร์ดที่คนใช้เสิร์ชเยอะคือ การใช้ Google Suggestโดยการพิมพ์คีย์เวิร์ดที่คุณคิดว่ากลุ่มเป้าหมายจะค้นหาลงในเว็บไซต์ Googleแล้วดูคำที่ถูกแนะนำในแถบที่แสดงขึ้นมา โดย Googleจะแสดงคีย์เวิร์ดหลักที่คุณพิมพ์ ต่อด้วยคำขยายที่คนมักค้นหาคู่กันดังตัวอย่างในภาพด้านล่างนี้

ขั้นตอนที่3: เขียนบทความโดยใช้คีย์เวิร์ดให้ครอบคลุมและมีเนื้อหาไม่สั้นจนเกินไป
เมื่อคุณได้คีย์เวิร์ดที่ผู้คนใช้ค้นหาเยอะแล้วขั้นตอนต่อมาให้คุณเริ่มเขียนบทความโดยใช้คีย์เวิร์ดให้ครอบคลุม ยกตัวอย่างเช่น“การทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง” “การทำ Digital Marketing” “การทำการตลาดออนไลน์”เซตคำเหล่านี้มีความหมายเป็นไปในทำนองเดียวกัน ซึ่งการใช้คีย์เวิร์ดที่ครอบคลุมเหล่านี้จะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเสิร์ชหาเว็บไซต์คุณเจอเมื่อใช้คีย์เวิร์ดใดคีย์เวิร์ดหนึ่งในการค้นหา 

นอกจากนี้ในการเขียนบทความพยายามอย่าเขียนให้สั้นจนเกินไป เพราะ Googleจะชื่นชอบบทความที่มีเนื้อหายาวเป็นพิเศษ เพราะเนื้อหายาวๆ จะช่วยให้ Googleมีข้อมูลตรวจสอบมากพอว่าเนื้อหานั้นเกี่ยวกับอะไร รวมถึงเนื้อหายาวๆ มีโอกาสที่จะครอบคลุมคีย์เวิร์ด และมีแนวโน้มที่จะถูกอ้างอิงลิงก์ (Backlink)หรือถูกนำไปเผยแพร่ตามช่องทางอื่นๆ มากกว่า  

ขั้นตอนที่4: เขียนคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
นอกเหนือจากองค์ประกอบที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วคุณยังต้องคำนึงถึง “User Experience”หรือประสบการณ์ที่ดีเมื่อกลุ่มเป้าหมายกดเข้ามาอ่านบทความโดยบทความที่ดีและมีคุณภาพนั้นจะต้องกระชับ อ่านเข้าใจง่าย น่าสนใจเนื้อหาสาระในบทความนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหา และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบทความที่มีคุณสมบัตินี้มีโอกาสที่จะถูกแชร์ออกไปซึ่งนั่นย่อมทำให้เว็บไซต์ของคุณได้คะแนนเพิ่มสูงขึ้น  

ขั้นตอนที่5: ใช้สื่อให้หลากหลายในบทความ
การเขียนบทความ SEOในเนื้อหาไม่จำเป็นจะต้องมีแต่ตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว โดยคุณสามารถเลือกใช้สื่อหลากหลายรูปแบบให้สอดคล้องกับเนื้อหาและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเช่น หากกลุ่มเป้าหมายชอบดูวิดีโอ คุณก็สามารถเลือกใช้เนื้อหาประเภทวิดีโอได้นอกจากนี้ หากบทความของคุณมีข้อความเยอะๆ แนะนำให้ Quote ข้อความเด่นๆ ตัวใหญ่ๆเพื่อเพิ่มความสบายตาในการอ่าน การทำเช่นนี้จะช่วยทำให้บทความของคุณดูน่าสนใจและทำให้ผู้อ่านใช้เวลาอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนานขึ้น  

ขั้นตอนที่6: ใส่คีย์เวิร์ดในทุกส่วนของบทความ
อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการเขียนบทความ SEOเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกบน Google คือ การใส่คีย์เวิร์ดลงในทุกส่วนของบทความโดยบทความที่ดีนั้นจะมีองค์ประกอบด้วยกันสามส่วน คือ หัวข้อ เนื้อหา และสรุปให้คุณพยายามสอดแทรกคีย์เวิร์ดลงไปตามส่วนต่างๆ เหล่านี้ซ้ำๆ กันประมาณ 3 ครั้งนอกจากนี้ แนะนำให้ใส่คีย์เวิร์ดลงไปใน Meta Description เพื่อช่วยตอกย้ำให้ Google เข้าใจชัดเจนมากขึ้นว่าบทความของคุณเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดเหล่านี้จริงๆ 

ขั้นตอนที่7: วัดผลลัพธ์เพื่อนำไปพัฒนาต่อ
เมื่อทำการเขียนบทความและเผยแพร่ลงในเว็บไซต์แล้วขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การวัดผลลัพธ์บทความของคุณโดยใช้เครื่องมือGoogle Analytics เครื่องมือนี้จะทำให้คุณรู้ว่าบทความที่คุณเขียนนั้นมียอดผู้เข้าชมเท่าไหร่?ผู้ที่เข้ามาชมใช้เวลากับบทความของคุณนานขนาดไหน?เข้ามาอ่านแล้วออกไปยังเว็บไซต์อื่นเลยหรือไม่? ผู้เข้าชมสนใจอ่านหน้าอื่นๆ ต่อหรือเปล่า?การวัดผลลัพธ์เหล่านี้จะทำให้คุณรู้ว่าบทความของคุณมีจุดบกพร่องตรงไหนบทความที่เขียนนั้นเป็นที่สนใจและตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ซึ่งคุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาบทความให้มีคุณภาพมากขึ้นได้ต่อไปในอนาคต 

สรุป
การทำ SEOนั้นเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์ที่นับได้ว่าใช้ต้นทุนน้อยแต่ได้ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมอย่างไรก็ตาม การทำ SEO นั้นค่อนข้างจะมีความซับซ้อนและถือได้ว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวแต่หากคุณไม่มีพื้นฐานในการทำ SEO มาก่อนเลย การทำตาม 7ขั้นตอนที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณพุ่งทะยานติดอันดับต้นๆ บนGoogle ได้ไม่ยาก 

หากคุณกำลังมองหาบริษัทดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเอเจนซี่(Digital Markting Agency Bangkok) เพื่อช่วยทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ธุรกิจของคุณ บริษัท WISMarketing เรามีบริการรับทำ SEOโดยทีมงานการตลาดออนไลน์มืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ รวมถึงมีการนำนวัตกรรมมาช่วยในการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดและผลลัพธ์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาบทความ SEO ของคุณให้มีคุณภาพ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและพร้อมทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณติดหน้าแรกบน Google ได้อย่างแน่นอน

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เคียงข้างคุณในทุกธุรกิจพร้อมเติบโตไปด้วยกัน WE GROW TOGETHER.
By your side in every business, ready to grow together. WE GROW TOGETHER.